หน้าแรก
สุโขทัยเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ Unesco
หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน
เครื่องเงินเครื่องทอง
ผ้าทอสุโขทัย
เครื่องสังคโลก
งานหัตถกรรมอื่นๆ
ร้านนะโมแฮนดิคราฟท์
บ้านปรีดาภิรมย์
ร้านโมทนาเซรามิค
ร้านสุขเสมอ
โรงนาบ้านไร่
ว่าวพระร่วง พระลือ
ว่าวใบไม้
กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
วิทยาลัยใต้ถุนบ้าน ทุ่งหลวง
ศูนย์เรียนรู้บ้านพระพิมพ์
ศูนย์สืบสานลายสือไทย
สวนปั้นสุข
ร้านสังคโลกอาร์ต
สุนทรีย์ผ้าไทย
ร้านไหมเงิน ไหมทอง
สถานที่ท่องเที่ยว
ประวัติศาสตร์
ธรรมชาติ
ศิลปวัฒนธรรม
แผนที่ท่องเที่ยว
แผนที่ Interactive พื้นที่สุโขทัยศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
กรมศิลปากร
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
เทศบาลตำบลเมืองเก่า
ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด
ททท.
อพท.
น้ำ
ระบบนิเวศน์
previous arrow
next arrow
Slider

สุโขทัย CRAFTS AND FOLK ART

เครื่องสังคโลก
เครื่องสังคโลก

    “สังคโลก” หรือ “เครื่องสังคโลก” เป็นคำที่ใช้เรียก สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องถ้วย ชาม เครื่องประดับประติมากรรม สถาปัตยกรรม และสิ่งที่ทำขึ้นจากความเชื่อ หรือสำหรับใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ ที่ผลิตขึ้นใน เขตจังหวัดสุโขทัย เมื่อสมัยอาณาจักรสุโขทัย-อยุธยา หรือราวปลายปีพุธศตวรรษที่ 19 ถึงต้นศตวรรษที่ 22 ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงที่มีแหล่งผลิตเครื่องปั้นดินเผาเคลือบขึ้นในแคว้นต่าง ๆ ซึ่งมีถิ่นฐานอยู่ในประเทศไทยหลายแห่ง พบมากในแคว้นสุโขทัย และล้านนา โดยเฉพาะในแคว้นสุโขทัย มีทั้งเตาผลิตเครื่องปั้นดินเผาทั้งชนิดเคลือบ และไม่เคลือบ เพื่อใช้สำหรับเป็นของใช้ในบ้าน และส่งออกขายต่างประเทศ แหล่งผลิตเครื่องสังคโลกที่สำคัญอยู่ที่แหล่งเตาสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมือง และ แหล่งเตาศรีสัชนาลัย. หรือเมืองสวรรคโลกเก่า อำเภอศรีสัชนาลัย ซึ่งมีการสันนิษฐานว่า คำเรียกว่า “สังคโลก” เป็นคำที่ผิดเพี้ยนมาจากคำว่า สวรรคโลก ซึ่งน่าจะเกิดจากพ่อค้าเรือชาวจีนผู้ค้าสังคโลกคนกลางรายใหญ่ ที่ออกเสียงเรียกผลิตภัณฑ์จากเมืองสวรรคโลกไม่ถูกต้องตามสำเนียงเดิม กลายเป็น “สังคโลก” อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคือ เป็นข้อสันนิษฐานโดยสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพซึ่งทรงพระอธิบายความเพิ่มเติมในหนังสือเที่ยวเมืองพระร่วง กล่าวว่า คำเรียกนี้น่าจะมาจาคำจีน คำว่า “สัง” และน่าจะมาจากคำว่า “ซัง” หรือ “ซอง” ซึ่งเป็นคำเดียวกันกับ “ซ้อง” อันเป็นชื่อราชวงศ์ซ้องที่ปกครองประเทศจีนระหว่างพุทธศักราช 1503 ถึง 1822 ส่วนคำว่า “กะโลก” หรือ “คโลก” น่าจะเพี้ยนมาจากคำว่า “โกลก” ซึ่งเป็นคำจีน แปลว่า “เตา”เมื่อรวมกันเป็น “ซ้องโกลก” ก็ควรจะแปลความว่า “เตาแผ่นดินซ้อง” ซึ่งชาวญี่ปุ่นเองก็เรียกเครื่องถ้วยชามสีเทาของจีนในสมัยซ้องนี้ว่า “ซ้องโกลก” เช่นกัน

เอกลักษณ์เครื่องสังคโลก

    เครื่องสังคโลก เป็นเครื่องปั้นดินเผาเนื้อแกร่งหรือเนื้อหิน (Stoneware) ขึ้นไป โดยแหล่งสำคัญที่พบจะอยู่ในแคว้นสุโขทัย และล้านนา โดยเฉพาะในแคว้นสุโขทัยมี หัวใจสำคัญในการสร้างสรรค์งานเครื่องสังคโลกอยู่ที่ภูมิปัญญาในการสร้างและใช้งานเตาเผาที่เรียกกันว่า “เตาทุเรียง” โดยเตาเผาเครื่องสังคโลกสำคัญ ๆ ในสุโขทัยนั้นมีแหล่งผลิตอยู่ 2 แห่งด้วยกัน คือ


     แหล่งเตาสุโขทัย ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย พบเตาตั้งเรียงรายอยู่เป็น 4 กลุ่ม ตั้งยาวไปตามลำน้ำโจน ลักษณะของเตาที่พบล้วนเป็นเตาอิฐที่ก่อบนเนินดินที่ถมสูงขึ้นมาทั้งสิ้น ซึ่งประเภทของเตานี้มีทั้งเตาเผาชนิดระบายความร้อนไหลผ่านในแนวขึ้น และเตาเผาชนิดระบายความร้อนไหลผ่านในแนวนอน มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า เตาตะกรับ มักเป็นเตาขนาดเล็กที่สร้างขึ้นอย่างง่าย ๆ มีทั้งแบบที่เป็นรูปทรงกลม และทรงเหลี่ยม ใช้สำหรับผลิตเครื่องสังคโลกประเภทเนื้อดินธรรมดา (Earthenware) ประเภทเขียนลาย ใต้เคลือบสีดำ ที่เป็นของใช้ประจำวันในครัวเรือน เช่น หม้อ กุณฑี และไห เป็นต้น หรืออาจะใช้ในการเผาดิบเพื่อไล่ความชื้นและตรวจสอบสภาพของเนื้อดินของภาชนะว่ามีการแตกร้าวเสียหายหรือไม่


     แหล่งเตาศรีสัชนาลัยหรือเมืองสวรรคโลกเก่า อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย พบเตาเผาจำนวนมากตั้งเรียงรายอยู่บริเวณสองฝั่งของลำน้ำยม โดยผลิตจากกลุ่มเตาที่สำคัญ คือ กลุ่มเตาบ้านเกาะน้อย และกลุ่มเตาบ้านป่ายาง ซึ่งเตาส่วนมากนั้นจะเป็นเตาประทุนหรือเตาระบายความร้อนผ่านแนวนอน เครื่องสังคโลกที่ได้จากเตานี้จะเป็นงานที่มีความประณีตทั้งในแง่ของรูปร่าง การตกแต่ง และมีคุณภาพสูงกว่า ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากแหล่งเตาเผานี้มีมากมายหลายปะเภทด้วยกัน อาทิ ประเภทเครื่องเคลือบเขียวหรือเซลาดอน ประเภทเคลือบขาว ประเภทเคลือบสีน้ำตาล และประเภทเคลือบสองสี รวมทั้งภาชนะเนื้อแกร่ง ชนิดไม่เคลือบด้วย


     ภูมิปัญญาสำคัญของการทำเครื่องสังคโลกนั้นก็คือเรื่อง ดิน ดินแต่ละแหล่งจะให้ผลลัพธ์ของผลิตภัณฑ์ต่างกันอาจอยู่ที่เนื้อดินและสูตรการผสมดิน รวมถึงความสามารถเชิงช่าง ดังนั้นก่อนที่จะสร้างสรรค์ชิ้นงานช่างจะต้องทำความเข้าใจลักษณะของดิน เฟ้นหาแหล่งดิน การผสม และกรองเนื้อดิน และเลือกใช้ดินที่มีลักษณะตรงกับรูปแบบและลักษณะใช้สอยของภาชนะแต่ละชนิด ดินที่ใช้เป็นวัตถุหลักนั่นคือ ดินเหนียว และช่างจะนำส่วนประกอบ หรือดินชนิดอื่น ๆ เข้ามาผสม เพื่อให้ไม่เกิดการหดตัวเวลาเผา


     เอกลักษณ์อันโดดเด่นของเครื่องสังคโลกนั้นอยู่ที่ลวดลายแตกลายงาบนตัวชิ้นงาน ซึ่งลวดลายนั้นทำให้ดูโดดเด่น ลวดลายแตกลายงาที่เกิดขึ้นเกิดจากการหดตัวของเนื้อดินและน้ำเคลือบที่ไม่เท่ากัน ซึ่งลักษณะของดินที่นำมาใช้จากแหล่งต่าง ๆ เองก็มีผลต่อการเกิดลวดลายบนเครื่องสังคโลกด้วย นอกจากลายแตกงาแล้ว ฝีมือการเขียนหรือวาดลายของช่างสุโขทัยนั้นก็เป็นที่เลื่องลือไม่น้อย การเขียนลายนั้นจะต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญและมีอารมณ์ศิลปินอย่างแท้จริง เนื่องจากลวดลายบนเครื่องสังคโลกนั้นจะใช้เทคนิคการเขียนลายแบบ Freedom in Brushworks คือการวาดลายแบบอิสระเป็นลวดลายต่าง ๆ ที่สวยงาม

ลายเครื่องสังคโลก

    ลายสังคโลกในอดีตนั้น ช่างจะเขียนลายลงบนเนื้อภาชนะแบบ Biscuit Firing ซึ่งหมายถึงภาชนะดินที่ผ่านการเผามาแล้วครั้งหนึ่งด้วยความร้อนที่ไม่สูงนักในเตาเผาที่เรียกว่า “เตาตะกรับ” แล้วจึงเขียนสีโดยใช้แร่ธาตุที่มีอยู่รอบตัว เช่น สีดำที่ได้จากดินแดงหรือดินลูกรัง เป็นต้น โดยรองพื้นด้วยน้ำสลิปก่อนเพื่อความสวยงาม บางครั้งมีการจุ่มน้ำสลิปหนามากเพื่อปกปิดความหยาบและรูพรุนของเนื้อดิน จากนั้นจึงนำไปชุบน้ำยาเคลือบก่อนเผาอีกครั้งด้วยอุณหภูมิสูงขึ้น ซึ่งนอกจากการเขียนลวดลายแบบอิสระแล้ว ยังมีวิธีอื่น ๆ ในการสร้างลวดลายได้อีก อาทิ การขูดขีด การขุดให้เป็นร่องลึก การกดประทับ เป็นต้น


     ลวดลายบนเครื่องสังคโลกนั้นนอกจากจะแสดงให้เห็นถึงความสวยงามแล้ว ในบ้างครั้งยังสะท้อนให้เห็นถึงสภาพชีวิตความเป็นอยู่ ความเชื่อ สภาวะแวดล้อมของสุโขทัย และบางครั้งอาจแฝงไปด้วยความหมาย เรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์บ้านเมืองในสมัยนั้น ดังนั้นลวดลายบนเครื่องสังคโลกจึงเป็นเสมือนสิ่งที่ช่วยเติมเต็มประวัติศาสตร์ส่วนที่ขาดหายไปให้สมบูรณ์ได้มากยิ่งขึ้น

ลวดลายอาจแบ่งเป็นกลุ่มประเภทได้ ดังนี้

     1. ลายพันธุ์พฤกษา อาทิ


         1.1 ลายดอกบัว แทนความหมายของความอุดมสมบูรณ์ ความบริสุทธิ์

         1.2 ลายดอกโบตั๋น ตัวแทนความร่ำรวย ความงาม ลายดอกเบญจมาศ ซึ่งใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย แทนความหมายของความยั่งยืน ทั้งยังมีลายอื่น ๆ เช่น ลายดอกพิกุล

             ลายก้านขด ลายก้านแบ่ง ลายกอหญ้า ลายกอปรง ลายกอสาหร่าย เป็นต้น


     2. ลายรูปสัตว์ อาทิ


         2.1 ลายปลา ทั้งปลาเดี่ยว ปลาคู่ว่ายน้ำวน เป็นสัญลักษณ์ของความอุดมสมบูรณ์ ความสุข ลาย นาคหรือลายมังกร สื่อความหมาย ถึงความดีเลิศ ตัวแทนของจักรพรรดิ

         2.2 ลายนกเป็ดน้ำ สื่อความหมายการครองคู่ในชีวิตสมรสอย่างยั่งยืนชั่วนิรันดร์

         2.3 ลายหงส์ ที่มาจากสัตว์ในเทพนิยายจีน ที่จะปรากฎในคราวที่บ้านเมืองสงบร่มเย็น สมบูรณ์ พูนผล สื่อความหมายถึงจักรพรรดินี หมายถึงความซื่อสัตย์ ยุติธรรม

             และ ความเมตตากรุณา เป็นต้น

         2.4 ลายหอยสังข์ เป็นเครื่องหมายของพระธรรมเทศนาหรือพระสุรเสียงของพระพุทธเจ้า


     3. ลายช่องกระจก อาทิ ลายช่องกระจกรูปหกเหลี่ยม และแปดเหลี่ยม ลายช่องกระจกรูปกลีบบัว เป็นต้น


     4. ลายเรขาคณิต อาทิ ลายร่องขนานแนวตั้ง ลายตาราง ลายกากบาทในช่องสี่เหลี่ยมสลับลายแนวตั้ง ลายเส้นวงกลมคู่ขนาน ลายเส้นหยักฟันปลา เป็นต้น


     5. ลายเบ็ดเตล็ด อาทิ ลายคลื่น ลายคล้ายหัวลูกศร ลายบั้งนายสิบ ลายดวงอาทิตย์ ลายก้อนเมฆ ลายจักร ลายดวงดาว เป็นต้น


     เอกลักษณ์สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการทำเครื่องสังคโลกคือ การตกแต่งผิวด้วยการเคลือบ โดยใช้น้ำยาเคลือบซึ่งเป็นสารประกอบอะลูมินา (Alumina) ซิลิกา (Silica) และสารที่ช่วยในการหลอมละลายในกระบวนการความร้อน มีลักษณะคล้ายแก้ว ทำหน้าที่ ฉาบบนผิวผลิตภัณฑ์ มีลักษณะโปร่งใส เปราะ และสามารถทนต่อการละลายของกรดและด่างได้เป็นอย่างดี (ที่มา: ทวี พรหมฤกษ์ เครื่องเคลือบดินเผาเบื้องต้น (กรุงเทพฯ : โอเดียนสโตร์ 2523) หน้า 94) การเคลือบจะใช้ขี้เถ้าไม้ และ หินฟันม้า ผสมในอัตราส่วนที่เท่ากัน นำมาเผาที่อุณหภูมิมากกว่าหนึ่งพันองศาเซลเซียสจะทำให้เกิดเคลือบสีแตกต่างกันไปตามชนิดของไม้ที่นำมาเผา อาทิ เคลือบใส เคลือบสีเขียว เคลือบสองสี เคลือบสีขาวและสีน้ำตาล สีน้ำตาลเข้มเกือบดำ สีเขียวอมฟ้า เป็นต้น ลักษณะการเคลือบที่ปรากฏในเครื่องสังคโลกมีหลายประเภท แตกต่างกันไปดังนี้


     1. เคลือบใส เป็นเคลือบธรรมดาที่ใสเหมือนแก้ว ไม่มีสี นิยมทำกันแพร่หลาย


     2. เคลือบขุ่น เป็นการเคลือบทึบแสงที่ต้องการการปิดบังเนื้อดินปั้นภายในที่มีสี ไม่ให้เห็นสี


     3. เคลือบสี จะใช้น้ำยาเคลือบผสมสารเคมีซึ่งเป็นออกไซด์ของโลหะต่าง ๆ และขึ้นอยู่กับการควบคุมอุณหภูมิที่ใช้ในการเผาอีกด้วย จนเกิดความแตกต่างของสีเคลือบ

     4. เคลือบด้าน โดยการเติมอะลูมินา Alumina หรือเติมสารที่มีคุณสมบัติเป็นแก้ว เช่น แป้ง กระดูก ลงในน้ำเคลือบ

     5. เคลือบผลึก เป็นการเคลือบที่เกิดผลึกอยู่ภายใต้ผิวเคลือบ โดยเติมสังกะสี หรือแคลเซียมลงในน้ำ

     6. เคลือบราน เกิดจากการจงใจให้เกิดความสวยงามบนภาชนะโดยการผสม Flux (วัตถุหรือสารปรับอุณหภูมิการละลายตัวเป็นจำนวนมากเกินไป) จะทำให้เกิดรานได้ง่าย ราน คือ ลักษณะการแตกลายงาที่ผิว อาจเกิดขึ้นได้ด้วยการใช้เทคนิคการเปิดเตาเผาเคลือบอย่างรวดเร็ว แต่จะไม่สวยงามเหมือนวิธีแรก

กรรมวิธีการผลิตเครื่องสังคโลก

     1. เตรียมดิน เริ่มจากทำความสะอาดดิน โดยการร่อนดินผงด้วยตระแกรงตาถี่ จากนั้นผสมดินผงกับน้ำทิ้งไว้ประมาน 1 สัปดาห์ แล้วนำออกมาตากแดดประมาน 1 วัน เพื่อให้ดินหมาด นำดินมาตำให้เข้ากันแล้วนวดดินอีกครั้งเพื่อให้ดินมีความเหนียว ไม่แข็งหรือเหลวจนเกินไปพักไว้โดยไม่ให้ลมพัดผ่านรอการนำไปปั้นขึ้นรูป ดินที่ใช้นั้นมาจากสองแหล่งด้วยกัน คือ แหล่งดินทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย (ซึ่งเป็นวิธีการแบบโบราณที่ยังคงใช้อยู่ในปัจจุบัน) และแหล่งดินสำเร็จรูปจากจังหวัดลำปางหรือจังหวัดเชียงใหม่


     2. การขึ้นรูป ซึ่งอาจแบ่งออกได้เป็น 3 วิธีแล้วแต่รูปแบบผลิตภัณฑ์


          2.1 การขึ้นรูปอิสระหรือการขึ้นรูปด้วยมือ เป็นการนำดินมาปั้นขึ้นรูปโดยการใช้มือในการปั้นเป็นรูปทรงต่าง ๆ ช่างปั้นสามารถรังสรรค์ผลงาน เป็นรูปคน รูปสัตว์ และภาชนะ

              ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ

          2.2 การขึ้นรูปโดยใช้แป้นหมุน เป็นการนำแป้นหมุนไฟฟ้าหรือแป้นหมุนมือมาใช้ในการปั้น มักปั้นเป็นภาชนะต่าง ๆ อาทิ จาน ชาม ถ้วย แก้ว และแจกัน เป็นต้น

          2.3 การขึ้นรูปโดยการใช้แม่พิมพ์ปูนปลาสเตอร์ โดยการใช้มือกดดินลงในแม่พิมพ์โดยตรง หรือใช้วิธีการเทน้ำดินลงในแม่พิมพ์ก็ได้ ซึ่งวิธีนี้จะใช้ในกรณีที่ต้องการผลิตสินค้า

              เป็นจำนวนมาก และเป็นงานที่ต้องการให้มีความเหมือนหรือใกล้เคียงกันมากที่สุด


     3. การตกแต่งผลิตภัณฑ์ ในขั้นตอนของการตกแต่งผลิตภัณฑ์นี้จะแบ่งออกเป็น 2 ช่วงด้วยกัน 3.1 ช่วงแรก ตกแต่งในขณะที่ชิ้นงานนั้นหมาด ๆ โดยจะทำการปั้นต่อเติมเฉพาะส่วน หรือใช้อุปกรณ์ตกแต่งทำการขูดเนื้อดินออกก็ได้ เช่น ปั้นงานติดแก้วและขูดหรือขีดลวดลายลงบนจาน


          3.2 ช่วงที่สอง จะทำการตกแต่งลวดลายหลังจากการเผาผลิตภัณฑ์ในครั้งแรกแล้ว เช่น การวาดลายด้วยการเขียนลวดลายใต้เคลือบ หลังจากการเผาครั้งแรก จากนั้นจะ

              นำไปเขียนลวดลายด้วยสีที่ได้จากแร่เหล็ก นำไปชุบน้ำเคลือบและเผา หลังจากเสร็จแล้วจะได้ภาชนะที่มีลวดลายเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือสีเทาอมดำที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน

              อยู่ภายใต้น้ำเคลือบใส


     4. การเผาหรือการอบผลิตภัณฑ์ โดยจะทำการเผาทั้งหมด 2 ครั้ง ดังนี้


          4.1 เผาครั้งแรก หรือ เผาดิน (การเผา Biscuit) คือการนำชิ้นงานที่ผลิตเสร็จและนำไปตากลมจนแห้งสนิทแล้ว นำมาเข้าเตาเผาซึ่งอาจจะเป็นเตาที่ก่อด้วยอิฐ เตาแก๊ส หรือ

              เตาไฟฟ้าก็ได้ ทำการเผาที่อุณหภูมิ 800 องศาเซลเซียส โดยใช้เวลาในการเผา 8 – 14 ชั่วโมง หลังจากครบตามเวลาแล้วจะได้ชิ้นงานที่มีสีแดงหรือสีขาวนวล


          4.2 เผาครั้งที่สองหรือเผาเคลือบ เป็นการนำชิ้นงานที่เผาดิบแล้วมาทา จุ่ม หรือพ่นด้วยสีเคลือบ โดยสีเคลือบนั้นจะมีสีใต้เคลือบร่วมอยู่ด้วย ให้เคลือบใสทับอีกชั้นแล้วจึงนำเข้าเตาเผาโดยเผาที่อุณหภูมิ 1,250 องศาเซลเซียส ใช้เวลาเผาประมาณ 10 – 16 ชั่วโมง แล้วนำชิ้นงานออกจากเตาเผามาเช็ดทำความสะอาด ถือเป็นอันเสร็จ

เครื่องสังคโลกนั้นอาจแบ่งการใช้งานออกได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ คือ

• ประเภทภาชนะเครื่องใช้ อาทิ จาน ชาม ตลับ ขวด กุณฑี (ภาชนะมีลักษณะกลมแป้น คอสูง ตอนบนผายออกเป็นปีก ปากแคบ มีขอบสูง พวยเป็นกระเปาะคล้ายเต้านมสตรี) กุณโฑ แจกัน ไห กา กระปุก ตุ๊กตาเคลือบสีเขียว


• ประเภทเครื่องประดับเชิงสถาปัตยกรรม อาทิ ช่อฟ้า หางหงส์ กระจัง กระเบื้องเชิงชาย บราลี (ใช้ประดับสันหลังคา) และรูปสัตว์ที่ประดับหลังคา กระเบื้องปูพื้น รั้วและราวลูกกรงล้อมรอบพระสถูป


     ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นนี้จึงทำให้งานเครื่องสังคโลกของสุโขทัยกลายเป็นงานประณีตศิลป์ที่ได้รับความนิยม มีชื่อเสียงอย่างมากจนภายหลังมีการผลิตเครื่องสังคโลกขึ้นเพื่อเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญ สามารถขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและพัฒนาอาณาจักรสุโขทัยในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี ทำให้เมืองสุโขทัยและเมืองสวรรคโลกกลายเป็นเมืองสำคัญ


     ด้วยคุณค่าในด้านของความงดงาม ด้านประโยชน์ใช้สอย ด้านของเศรษฐกิจ และในด้านของศิลปวัฒนธรรม ที่แสดงให้ทั่วโลกได้เห็นถึงทักษะเชิงช่างของชาวสุโขทัย สะท้อนความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างคนกับธรรมชาติและความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ที่เป็นถิ่นฐานบ้านช่อง เบื้องหลังความงดงามแข็งแกร่งของเนื้อดิน ความละเอียดงดงามของศิลปกรรม ทำให้เครื่องสังคโลกกลายเป็นมรดกทางภูมิปัญญาที่ถูกถ่ายทอดสืบต่อกันมาอย่างยาวนาน จากอดีตจนถึงปัจจุบัน จากรุ่นสู่รุ่น และในปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบของเครื่องสังคโลกให้มีความหลากหลายเพื่อให้เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ สามารถตอบสนองความต้องการของคนในยุคปัจจุบัน พร้อมทั้งยังมีการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อต่อยอดผลิตภัณฑ์บนพื้นฐานของภูมิปัญญาและรูปแบบดั้งเดิมอีกด้วย


แหล่งที่มา :

- พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เที่ยวเมืองพระร่วง พิมพ์ครั้งที่ 10 (กรุงเทพฯ : ไทยเขษม 2521) ในงานพระราชทานเพลิงศพพระวิสุทธิอรรถนฤมนตร์ (สุธ เลขยานนท์)

- เสนอ นิลเดช “สังกโลก” หนังสืออนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นายเกษม จียะพันธ์ (นครหลวง กรุงเทพธนบุรี : โรงพิมพ์พระจันทร์ 2515) หน้า 11-12

- ดร.ธันยกานต์ วงษ์อ่อน และ ดร.ปริวรรต ธรรมาปรีชากร “เครื่องปั้นดินเผาสุโขทัยและศรีสัชนาลัย”(กรุงเทพฯ : S.P.M. การพิมพ์ 2558)

- ป้ายข้อมูล จากร้านสุเทพสังคโลก


ผู้ประกอบการ เครื่องสังคโลก สุโขทัย
PREVIOUS

 

 

NEXT