หน้าแรก
สุโขทัยเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของ Unesco
หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน
เครื่องเงินเครื่องทอง
ผ้าทอสุโขทัย
เครื่องสังคโลก
งานหัตถกรรมอื่นๆ
ร้านนะโมแฮนดิคราฟท์
บ้านปรีดาภิรมย์
ร้านโมทนาเซรามิค
ร้านสุขเสมอ
โรงนาบ้านไร่
ว่าวพระร่วง พระลือ
ว่าวใบไม้
กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์
วิทยาลัยใต้ถุนบ้าน ทุ่งหลวง
ศูนย์เรียนรู้บ้านพระพิมพ์
ศูนย์สืบสานลายสือไทย
สวนปั้นสุข
ร้านสังคโลกอาร์ต
สุนทรีย์ผ้าไทย
ร้านไหมเงิน ไหมทอง
สถานที่ท่องเที่ยว
ประวัติศาสตร์
ธรรมชาติ
ศิลปวัฒนธรรม
แผนที่ท่องเที่ยว
แผนที่ Interactive พื้นที่สุโขทัยศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว
กรมศิลปากร
อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย
เทศบาลตำบลเมืองเก่า
ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด
ททท.
อพท.
น้ำ
ระบบนิเวศน์
previous arrow
next arrow
Slider

สุโขทัย CRAFTS AND FOLK ART

ผ้าทอไทครั่ง สุโขทัย
ไทครั่ง บ้านเกาะน้อย ตำบลหนองอ้อ อำเภอศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

    “ไทครั่ง หรือ ลาวครั่ง” เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ไท มีถิ่นฐานเดิมอยู่แถบลุ่มแม่น้ำโขง บริเวณเมืองเวียงจันทน์ ก่อนจะเดินทางเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่ ในบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยเหตุผลจากสงครามในช่วงเวลาต่าง ๆ กัน โดยเฉพาะในช่วงกรุงธนบุรีถึงต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ปัจจุบันอาศัยอยู่ในบริเวณภาคกลางและภาคเหนือตอนล่าง เช่น ชัยนาท อุทัยธานี สุพรรณบุรี นครปฐม พิจิตร นครสวรรค์ พิษณุโลก กำแพงเพชร และสุโขทัย เป็นต้น

สันนิษฐานว่าคำว่า "ครั่ง” มีความหมาย 3 ประการคือ
     - สันนิษฐานว่าเป็นการเรียกตามชื่อถิ่นฐานเดิมที่อยู่ในเขตเทือกเขาภูคัง

     - สันนิษฐานว่าในสมัยที่พลัดถิ่นมาสู่ลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องประสบกับสภาวะขาดแคลนไปเสียทุกอย่าง

       แม้กระทั่งเครื่องมือหากิน จึงต้องเลี้ยงครั่งสำหรับย้อมผ้า เพราะไม่ต้องใช้เครื่องมืออะไร จึงทำให้ถูก

       เรียกว่า "ลาวขี้ครั่ง” หรือ "ลาวครั่ง”

     - สันนิษฐานว่าเพราะผ้าซิ่นของคนกลุ่มนี้มีสีแดงครั่ง จึงเรียกว่าไทครั่ง หรือลาวครั่ง


     ที่บ้านเกาะน้อย ต.หนองอ้อ อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย มีชุมชนไทครั่งที่อพยพย้ายถิ่นมาจากจังหวัดนครสวรรค์ เมื่อราว พ.ศ.2500 โดยยังคงรักษาอัตลักษณ์วิถีชีวิตส่วนใหญ่ไว้ได้อย่างดี และรู้จักผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมของตนเข้ากับวัฒนธรรมในพื้นที่ได้อย่างน่าสนใจอีกด้วย หนึ่งในอัตลักษณ์ของไทครั่ง คือ "ผ้าซิ่น” ที่ทอตกแต่งด้วยเทคนิค "จก” ส่วนใหญ่ก็จะเน้น "สีแดงครั่ง” เป็นสีหลัก ผสมผสานกับผ้าที่สร้างลวดลายด้วยเทคนิคการ "มัดหมี่” โดยแต่เดิมนั้น คนวัยสาวจะใช้ "ผ้าตีนจกพื้นสีแดง” คนวัยสูงอายุจะใช้ "ผ้าตีนจกพื้นสีดำซึ่งจะมีการทอตีนซิ่นแบบสองตะเข็บ เป็นผ้าหน้ากว้างเท่ากับขนาดความกว้างของตัวซิ่น จากการสอบถาม จาก ลุงอนุน เทียนสัน, ป้านารี เทียนสัน และคุณยายพิง พลีสัตย์ ชาวไทครั่งบ้านเกาะน้อย พบว่าผ้าซิ่นในชุมชนไทครั่งบ้านเกาะน้อย มี 4 แบบดังนี้

1. ผ้ารวด

คือ ผ้าซิ่นมัดหมี่ลายเดียวทั้งผืน โดยไม่มีวิธีการทอแบบอื่นผสม

2. ผ้าหมี่ตา

คือ ผ้าซิ่นมัดหมี่ที่มีวิธีการจกขั้นลวดลายมัดหมี่ มีลักษณะเป็นแถว ขั้นสลับ กับลายมัดหมี่ เช่น ลายป้องอ้อย ลายขิดไม้รอด ลายปู

3. ผ้าหมี่น้อย

คือ ผ้าซิ่นมัดหมี่ที่มีวิธีการทอที่มีลักษณะเป็นแถว ขั้นลายเล็ก และลายใหญ่ แต่ใช้วิธีการจกลาย

4. ผ้าก่านสิบซิ่ว

คือ ผ้าทอจกลายต่าง ๆ ทั้งผืน

ผ้าทอไทครั่งนั้นสามารถแบ่งโครงสร้างลวดลายออกเป็น 2 หมวดใหญ่ ๆ คือ

1. โครงสร้างลายแบบ "หน่วย” เป็นการทอที่จัดองค์ประกอบที่ประกบกันสองด้านให้เป็นหน่วย (ไทยวนในล้านนาจะเรียกว่า "ลายโคม”) ซึ่งสามารถทอซ้อนชั้นลวดลายต่าง ๆ เป็นหลายชั้นได้ ภายใต้โครงสร้างหน่วย ซึ่งการเก็บตะกอลายจะเก็บเพียงครึ่งดอกแล้วใช้ตะกอเดิมทอไล่ย้อนไป


2. โครงสร้างลายแบบ "เอี้ย” เป็นการทอผ้าลายจกที่จัดองค์ประกอบในโครงสร้างหยักฟันปลา มองไกลๆ คล้ายลายการขดไปมาของพญานาค ซึ่งการเก็บตะกอลายจะเก็บเต็มลาย โดยสามารถทอซ้อนชั้นลวดลายต่างๆ ได้มากชั้นกว่าแบบแรก สำหรับการเรียกชื่อลวดลายจะเรียกลายหลักต่อด้วยลายประกอบ เช่น ลายขอขื่อซ้อนขอกา ลายขอกาซ้อนปีกไก่ ฯลฯ ที่น่าสนใจคือ ลายจบท้ายนั้นมักนิยมทอประกบทั้งด้านบนและด้านล่างด้วย "ลายขอระฆัง” หรือบางชุมชนเรียกว่า "ลายสร้อยสา” เป็นต้น

     สำหรับการเรียกชื่อลวดลายจะเรียกลายหลักต่อด้วยลายประกอบ เช่น ลายขอขื่อซ้อนขอกา ลายขอกาซ้อนปีกไก่ ฯลฯ ที่น่าสนใจคือ ลายจบท้ายนั้นมักนิยมทอประกบทั้งด้านบนและด้านล่างด้วย "ลายขอระฆัง” หรือบางชุมชนเรียกว่า "ลายสร้อยสา” เป็นต้น

ลายของตีนจก
1. ลายหน่วย
2. ลายครึ่งหน่วย
3. ลายขอกระบวย
4. ลายบักฮะ (มะระ)
ลายประกอบของจก

1. ลายต๋วยปิ่น

2. ลายขอระฆัง

3. ลายเป็ดน้อย

นอกจากนี้ยังมีการทอผ้าเพื่อการใช้สอยอื่น ๆ สำหรับพิธีและโอกาสต่าง ๆ เอกลักษณ์ของผ้าจะมีลายเป็นรูปดอกไม้ สิ่งของ และสัตว์ เช่น ช้าง ม้า


1. ผ้าคลุมหัวนาค

2. ผ้าคลุมหลังม้า สำหรับคลุมหลังม้าให้นาคนั่งในขบวนแห่นาค

3. หมอนขิด

4. หมอนหก

5. หมอนลายนาค

6. หมอนท้าว

7. ผ้าปูนอน

8. ตุง


แหล่งที่มา :

นาย อนุน เทียนสัน ประทานกลุ่มไทครั่งบ้านเกาะน้อย

ผู้ประกอบการงานผ้า สุโขทัย
PREVIOUS

 

 

NEXT